ความได้เปรียบในการแข่งขัน (Compettitive advatage) เป็นผลที่เกิดจากการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ เพื่อทำให้องค์กรมีสถานะที่ดีกว่าและเหนือกว่าคู่แข่งขัน ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างคุณทางทางเศรษฐกิจให้แก่ลูกค้า
Bruce D. Henderson ได้นิยามกลยุทธ์ว่า
"กลยุทธ์เป็นการค้นหาอย่างไตร่ตรองและรอบคอบ เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการที่สามารถนำไปพัฒนาความได้เปรียบในการแข่งขัน และ ความสามารถให้แก่ธุรกิจ"
Bruce D. Henderson ยังกล่าวอีกว่า ความได้เปรียบในการแข่งขันเกิดจากการสร้างสิ่งที่มีความแตกต่างนั่นก็คือ "ความแตกต่างระหว่างองค์กรของคุณและของคู่แข่งจะเป็นพื้นฐานของความได้เปรียบของคุณ"
Henderson ไม่เชื่อว่าบริษัท 2 บริษัทที่แข่งขันในธุรกิจเดียวกันจะมีวิธีการดำเนินงานที่เหมือนกัน ทั้งสองจะต้องได้เปรียบจาก "เอกลักษณ์" ของตนเพื่อความอยู่รอด
ตัวอย่างเช่น
ร้านขายเสื้อผ้าสุภาพบุรุษ 2 แห่งที่ตั้งใบริเวณใกล้กัน ร้านแรกมี"จุดเด่น"อยู่ที่ชุดสำหรับงานที่เป็นทางการ ส่วนอีกร้านเน้นชุดลำลอง ร้านทั้งสองจึงสามารถอยู๋รอดและร่ำรวยจากการประกอบกิจการ
"ความเชี่ยวชาญเฉพาะอย่างของแต่ละร้านสามารถสร้างผลกำไรให้แก่ทั้งสองฝ่าย"
ในทางกลับกัน หากทั้งสองร้านขายสินค้าประเภทเดียวกัน ในราคาใกล้เคียงกันจะต้องมีร้านหนึ่งร้านใดที่ต้องปิดกิจการลงไป ดังนั้น เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ แต่ละร้านจึงต้องสร้างความแตกต่าง หรือ เอกลักษณ์ของตนเองจากหลายๆองค์ประกอบทั้งราคา การให้บริการ ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ หรือ ตามความนิยมของยุคสมัย เพื่อสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าอยางสูงสุด
Bruce D. Henderson ได้นิยามกลยุทธ์ว่า
"กลยุทธ์เป็นการค้นหาอย่างไตร่ตรองและรอบคอบ เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการที่สามารถนำไปพัฒนาความได้เปรียบในการแข่งขัน และ ความสามารถให้แก่ธุรกิจ"
Bruce D. Henderson ยังกล่าวอีกว่า ความได้เปรียบในการแข่งขันเกิดจากการสร้างสิ่งที่มีความแตกต่างนั่นก็คือ "ความแตกต่างระหว่างองค์กรของคุณและของคู่แข่งจะเป็นพื้นฐานของความได้เปรียบของคุณ"
Henderson ไม่เชื่อว่าบริษัท 2 บริษัทที่แข่งขันในธุรกิจเดียวกันจะมีวิธีการดำเนินงานที่เหมือนกัน ทั้งสองจะต้องได้เปรียบจาก "เอกลักษณ์" ของตนเพื่อความอยู่รอด
ตัวอย่างเช่น
ร้านขายเสื้อผ้าสุภาพบุรุษ 2 แห่งที่ตั้งใบริเวณใกล้กัน ร้านแรกมี"จุดเด่น"อยู่ที่ชุดสำหรับงานที่เป็นทางการ ส่วนอีกร้านเน้นชุดลำลอง ร้านทั้งสองจึงสามารถอยู๋รอดและร่ำรวยจากการประกอบกิจการ
"ความเชี่ยวชาญเฉพาะอย่างของแต่ละร้านสามารถสร้างผลกำไรให้แก่ทั้งสองฝ่าย"
ในทางกลับกัน หากทั้งสองร้านขายสินค้าประเภทเดียวกัน ในราคาใกล้เคียงกันจะต้องมีร้านหนึ่งร้านใดที่ต้องปิดกิจการลงไป ดังนั้น เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ แต่ละร้านจึงต้องสร้างความแตกต่าง หรือ เอกลักษณ์ของตนเองจากหลายๆองค์ประกอบทั้งราคา การให้บริการ ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ หรือ ตามความนิยมของยุคสมัย เพื่อสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าอยางสูงสุด

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น